2007/Oct/09

"ใบไม้ที่หายไป"

 

สำนักพิมพ์ : แพรวสำนักพิมพ์
โดย : จิระนันท์ พิตรปรีชา;
ประเภท : กวีนิพนธ์
ราคา : 115 บาท
ISBN : 9789744750181
ปก : ปกอ่อน
จำนวนหน้า : 119 หน้า
ขนาด : 210 x 115 x 7 mm
น้ำหนัก : 170 กรัม

*ขอบคุณเนื้อหาส่วนนี้จาก www.naiin.com

 ---------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ลูกตาขอแนะนำหนังสือเรื่องนี้สำหรับคอกวีทั้งหลายนะคะ ต่อให้ไม่ใช่คอกวีก็อ่านได้ คำศัพท์ สำนวนเข้าใจง่าย ลูกตาไม่อยากให้เข้าใจกันว่าบทกวีอ่านแล้วเข้าใจยาก เพราะเรื่องที่ถูกบังคับเรียนตอนชั้นประถมหรือชั้นมัธยม

หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัล รางวัลซีไรท์ ปี 2532 ประเภทหนังสือกวีนิพนธ์ ค่ะ แม้จะเก่า แต่ก็มีคุณค่าค่ะ สะท้อนความรู้สึกของผู้แต่งออกมาได้เป็นอย่างดี เป็นหนังสือที่รวบรวมบทประพันธ์ที่ผู้แต่งแต่งขึ้นเป็นเวลาหลายปี มีการสะท้อนถึงสภาพสังคมในสมัย 14 ตุลา ซึ่งผู้แต่งก็เป็นหนึ่งในผู้เปิดทางให้แก่นักศึกษา

บทกวีต่างๆ ในเล่มนี้น่าประทับใจมากค่ะ ในขณะที่อ่าน เราจะคิดวิเคราะห์ตามไปโดยไม่รู้ตัว ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจถึงสิ่งที่ผู้แต่งต้องการสื่อได้อย่างชัดเจน

ความรู้สึกสะเทือนอารมณ์ของผู้แต่ง ได้ถ่ายทอดออกมาอย่างชัดเจน ชวนให้ผู้อ่านมีความรู้สึกเช่นนั้นตามไปด้วย

ลูกตาประทับใจบท "ปรัชญาราตรี" เพราะเขาได้สะท้อนแนวคิดที่ต่างจากคนอื่น ในขณะที่คนอื่นหวังอยากเป็นดาว แต่เขากลับกลัวที่จะเป็นดาว เพราะการเป็นดาวนั้น ได้ฉายแสงเพียงชั่วครู่แล้วก็ดับไป

ลูกตาอ่านเรื่องนี้จากหนังสือรูปแบบเก่าค่ะ ซึ่งมีลักษณะหน้าปกเช่นนี้ 

ความรู้สึกตอนที่หยิบหนังสือรูปแบบนี้มาอ่าน ลูกตารู้สึกได้ถึงความขลัง ความเปราะบาง และความงามของหนังสือเล่มนี้ ทำให้ลูกตารู้ซึ้งมากขึ้นว่า หนังสือเก่านั้นทรงคุณค่ามากแค่ไหน

สุดท้าย ลูกตาก็อยากให้ทุกๆ คนได้ลองงานประพันธ์เก่าๆ แต่ทรงคุณค่าดูนะคะ

edit @ 9 Oct 2007 19:26:18 by Loukta

2007/Sep/18

กลับมาทักทายกันอีกครั้ง หลังจากหายไปหนึ่งอาทิตย์ (ถึงหรือว่าเกินเนี่ย)

ครั้งที่แล้ว ลูกตาได้แนะนำเรื่อง "เส้นทรายสีเงา" ไป มาวันนี้ก็จะมาแนะนำเรื่อง "อัสวัด ราชันย์แห่งความมืด" ค่ะ


"อัสวัด ราชันย์แห่งความมืด"

ผู้แต่ง : วรรณวรรธน์

เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ประทับใจมาก ไม่ต่างอะไรไปจากเรื่อง "เส้นทรายสีเงา" เลย แต่ชอบเส้นทรายสีเงามากกว่านิดหน่อย เพราะลูกตาชอบนิยายที่ออกแนวรันทดหน่อยๆ แต่มาเรื่องนี้ แฮปปี้เอนดิ้งแบบสุดๆ

พระเอกก็คือ 'เจ้าชายซาเลม อัสวัด' คนเดิมจากเรื่องเส้นทรายสีเงา ส่วนางเอกชื่อ 'ฬิดา' อ่านชื่อแล้ว สำหรับลูกตา ชื่อนี้ให้ความรู้สึกว่าเป็นชาวทะเลทราย เพราะตัว 'ฬ' แต่เธอเป็นนักข่าวหญิงชาวไทยค่ะ

อ่า...เกือบลืมบอก

ที่เคยบอกไว้เมื่อครั้งที่แล้วว่า การอ่านเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องเส้นทรายสีเงาก่อนก็ได้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นก่อน (ในความคิดของลูกตานะ) ลูกตาคิดแบบนี้ก็เพราะว่า ในเรื่องอัสวัดนี้ จะไม่มีการกล่าวถึงน้องสาวนางเอกเลย แม้แต่คำเดียว

ดี ไม่ดี อ่านเรื่องเส้นทรายสีเงาก่อนพอมาอ่านเรื่องนี้อาจจะงงหนักก็ได้

เรื่องนี้จะไม่เน้นสงครามทางธุรกิจ แต่เน้นเกี่ยวกับการเมืองการปกครอง เพื่อนลูกตาคนหนึ่งบอกว่าพออ่านเจอเรื่องการเมืองเข้าไป รู้สึกเครียด ไม่รู้ว่าเพื่อนคนนั้นชอบรักโรแมนติกเฉยๆ หรือรู้สึกอินกับเนื้อเรื่องมากเกินไป (55+)

แต่ในความคิดของลูกตา ลูกตาคิดว่าการผสมผสานแนวอื่นลงไปด้วย ทำให้เรื่องนี้สมบูรณ์มากถึงมากที่สุด ให้คุณค่า แง่คิด ข้อคิดดีดีเยอะมาก

ลูกตาชอบอยู่ช่วงนี้ที่บอกทำนองว่า คนที่มีฐานะ ตำแหน่งที่มาพร้อมกับอำนาจ ไม่จำเป็นว่าจะต้องมีอำนาจเสมอไป คนที่รู้จักใช้และรักษาไว้ได้ต่างหากล่ะ ที่จะเรียกได้ว่า เป็นคนมีอำนาจอย่างแท้จริง

ก็ขอจบแค่นี้ล่ะกันค่ะ

สุดท้ายอยากจะบอกว่าผลงานของวรรณวรรธน์ดีทุกเรื่องจริงๆ ค่ะ


edit @ 2007/09/21 19:59:21

2007/Sep/08

ประเดิมเรื่องแรก ลูกตาขอแนะนำ เรื่องเส้นทรายสีเงาค่ะ


"เส้นทรายสีเงา"

ลูกตาเลือกเรื่องนี้มาอ่านในตอนแรกก็เพราะบนหน้าปกมีคำว่า 'ปฐมบท แห่ง อัสวัด ราชันย์แห่งความมืด'

ลูกตาเคยอ่านเรื่อง อัสวัด ไม่กี่ตอนเมื่อนานมาแล้ว ซึ่งก็เป็นผลให้จำเนื้อเรื่องอะไรไม่ได้เลย แต่จำได้ถึงความสนุกของเนื้อเรื่อง ลูกตาจึงเลือกขึ้นมาอ่าน ก่อนที่จะกลับไปอ่านอัสวัดอีกครั้ง

ตัวลูกตาไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าเรื่องอัสวัดคงจะถูกแต่งขึ้นก็เรื่องนี้ เพราะเหตุใดจึงคิดเช่นนี้ ลูกตาจะบอกตอนที่แนะนำเรื่อง อัสวัด นะคะ เพราะถ้าบอกก่อน คงไม่ดีแน่ๆ

มาเข้าถึงความประทับใจของลูกตาที่มีต่อเรื่องเส้นทรายสีเงาดีกว่าค่ะ

ลูกตาพูดได้คำเดียวว่า ชอบมาก

เส้นทรายสีเงาไม่ใช่นิยายรักไร้สติ หรือรักน้ำเน่า

โครงเรื่องไม่ได้มีแค่เรื่องความรัก แต่ยังมีเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองและเศรษฐกิจที่เข้มข้นถึงใจ หักเหลี่ยมเฉือนคมกันไปมา

ถ้าคุณอยากอ่านเรื่องนี้ เพราะอยากอ่านตอนจบที่แฮปปิ้งเอนดิ้งระหว่างพระเอกกับนางเอก แนะนำให้ข้ามไปอ่านเรื่องอัสวัดได้เลย รับรองว่าอ่านรู้เรื่องค่ะ เพราะเรื่องนี้นางเอกยังไม่ปรากฏตัว

พอบอกว่าไม่มีนางเอก ก็คงเริ่มสงสัยว่าความรักที่บอกไว้ในตอนแรกคืออะไร ไม่มีนางเอก แล้วจะมีความรักได้อย่างไร

ขอบอกเลยค่ะ ว่าเป็นความรักของพี่น้องซึ่งก็คือ

ความรักของพี่ชายอย่าง เจ้าชายซาเลม อัสวัด อัลฮิลมิชาล ที่มีให้น้องสาวหมดหัวใจ ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้กลับไปอยู่กับน้องสาว องค์หญิงไนม่าห์

ลูกตาประทับความรักตรงจุดนี้มาก ตอนที่องค์หญิงกำลังจะตาย ลูกตาอ่านแล้วร้องไห้ออกมาเลย มันเป็นตอนที่บีบหัวใจอย่างรุนแรง (รู้สึกตรงนี้ ลูกตาจะสปอยล์จุดสำคัญออกไป แต่ไม่ต้องห่วงค่ะ เรื่องนี้ยังมีจุดสำคัญอื่นๆ อีกมากมายค่ะ เรื่องราวมันพลิกผันไปมาตลอดเวลาค่ะ)

และถ้าหากคุณเป็นคนที่อ่อนไหวมากๆ เมื่อคุณอ่านเรื่องนี้ คุณจะรู้สึกสงสารพระเอกของเราคนนี้อย่างเต็มหัวใจ ในขณะเดียวกันคุณก็จะประทับใจในความพยายาม และปณิธานอันแรงกล้าของเขา พูดง่ายๆ ว่าคุณจะตกหลุมรักเขา

ต่อไปก็จะเป็นคำโปรยด้านหลังหนังสือนะคะ

เรื่องราวหนึ่งถูกบันทึกไว้ใหน้าสำคัญของประวัติศาสตร์ แห่งคาบสมุทรและท้องทะเลทรายอาหรับ เล่าถึงเจ้าชายพลัดถิ่นรูปงาม เปี่ยมด้วยศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้า และรักแผ่นดิน 'อัคไบยาห์' ของพระองค์ยิ่งชีวิต ..........เจ้าชายซาเลม อัสวัด อัลฮิลมิชาล................. บุรุษผู้มีชะตาดำมืด ผู้กล่าวอย่างตระหนักในหัวใจตนว่า "สายลมที่อบอุ่นของโลกใบนี้ กำลังเหลือให้ข้าหายใจได้อีกไม่กี่ครั้ง ขอให้ครั้งที่เหลืออยู่นั้น ...เป็นลมหายใจของความสุข ที่ตัวข้าโหยหา มาตลอดชีวิต" และคือ ...บุรุษเดียวกับที่เคยลั่นวาจาเป็นสัจจะ "ข้าจะกลับไป ก่อกองทรายให้อัคไบยาห์เป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่" ............................

สุดท้ายนี้ลูกตาก็อยากบอกด้วยใจจริงค่ะ ว่าเป็น หนังสือที่สนุกจนวางไม่ลง อยากให้ลองอ่านกันดู (แต่บางคนอาจจะไม่ชอบ เพราะมันไม่แฮปปี้เอนดิ้งสักเท่าไร)


เรื่องต่อไปที่จะแนะนำคงเป็นเรื่อง อัสวัด ราชันย์แห่งความมืด แต่ลูกตาอาจจะทำบล็อกอื่นขั้นคลายเครียดเล่นๆ


edit @ 2007/09/11 23:17:24
edit @ 2007/09/18 20:05:57